I will

posted on 06 Oct 2009 19:00 by 9555917  in SongCorner

ช่วงนี้ยังไม่อยากเขียนอะไรที่มันหนักสมองแฮะ เอาเป็นว่า มาลองฟังเพลงเพราะๆ ซึ้งๆ กันดีกว่าครับ กับเพลงนี้....

I Will

 
นักร้อง : AZU
ทำนอง : Harikawa Hitoshi
จาก Single : I will
 
 หลายคนคงยังไม่รู้จักนักร้องคนนี้ (หรือเปล่า) มาดูประวัติคร่าวๆของเธอกันครับ
เธอคนนี้เกิดที่เมืองทซึชิ (津市) จังหวัด มิเอะ (三重県) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1981 ครับ
ประวบความสำเร็จในการออกเดบิวต์ร่วมกับคลับเดบิว ด้วยอายุเพียง 16 ปี โดยได้ออกแสดงไปทั่ว เขตโตไค และคันโต ชื่อของเธอ AZU นั้นมาจาก การรวมความรู้สึกของถ้อยคำตั้งแต่ตัว A ยัน Z แล้วก็ส่งมอบไปให้ผู้ฟัง = U (You) นั่นเอง
เธอออกซิงเกิ้ลมาแล้ว รวม 6 ชุด และมีออริจินัลอัลบั้ม (อัลบั้มรวมซิงเกิ้ล) อีก 1 อัลบั้ม และ I will ก็เป็นซิงเกิ้ลใหม่ในชุดล่าสุดนี้เองครับ
 
I will เป็นผลงานเพลง ที่มีเรื่องราวเกี่ยวผู้หญิงคนหนึ่ง ที่แม้คนรักจะจากไปนานแล้ว แม้จะร้องไห้ฟูมฟายโหยหาสักเพียงใด แม้คิดว่าจะมองไปข้างหน้าโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมา หรือแม้จะต้องเปลี่ยนความรู้สึกไปสักสักแค่ไหน แต่ก็นะ ไม่รู้ทำไมถึงยังลืมเธอไม่ลงซักที

มาดู เอ็มวีของเธอดีกว่า
 
 
 
เนื้อร้อง
 
 さよなら...
sayonara...
ลาก่อน
きっと 『幸せだった。』
 いつの日かそう
kitto [siawasedatta] itsu no hi ka sou
จะเก็บความทรงจำนี้ไว้ในใจฉัน
思えるように 思い出は 胸に刻んで
omoeru youni omoide ha mune ni kazande
เพื่อได้หวังไว้ว่า ซักวันนึงที่ฉันจะคิดได้ว่าเราเคยมีความสุขด้วยกันอย่างนั้น
I WILL I WILL
ฉันหวัง

虚しくなるだけの 
恋ならもういらない
munashi kunaru dakeno koinara mou iranai
หากรักของเราต้องกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าฉันก็คงไม่ต้องการมันอีก
明日も見えないほど悩んで 離れた気持ち
azu mo mienai hodo nayande hanareta kimochi
เพราะมันมัวแต่กลัดกลุ้มจนมองไม่เห็นอนาคต กับความรู้สึกที่ต้องจากกัน
 
もう二度と戻れない あの頃には
mou nido to modoranai ano koro niha
เพราะเข้าใจดีว่า ช่วงเวลานั้นไม่อาจย้อนกลบัมาได้อีกแล้ว
分かっててどうして、傷つけたの?
wakatte doushite kizu tsuketa no?
แต่ทำไมใจมันถึงเจ็บปวดล่ะ?
あなたをいつでも信じてきたんだ 誰より大切な人だった。
anatawo itsudemo shinjitekitanda dare yori taisetsuna hitodatta
  ฉันเคยเชื่อนะว่าตลอดมา เพราะเธอเป็นคนสำคัญยิ่งกว่าใคร
 
 さよなら...
sayonara...
ลาก่อน
きっと 『幸せだった。』
 いつの日かそう
kitto [siawasedatta] itsu no hi ka sou
จะเก็บความทรงจำนี้ไว้ในใจฉัน
思えるように 思い出は 胸に刻んで
omoeru youni omoide ha mune ni kazande
เพื่อได้หวังไว้ว่า ซักวันนึงที่ฉันจะคิดได้ว่าเราเคยมีความสุขด้วยกันอย่างนั้น
I WILL I WILL
ฉันหวัง

約束は何の為? 
守る為にあるんじゃないの?
yakusokuha nanno tame mamorutameni arunja nai no?
แล้วคำสัญญาที่เธอมอบให้มันเพื่ออะไรกันล่ะ? เพื่อจะปกป้องฉัน สื่งเหล่านั้นมันหายไปไหนแล้วล่ะ?
あたり前の存在なんて 思わないでよ...。
atari mae no sonzai nante omowanaideyo
อย่าได้คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาอีกเลย
 
期待はしてないもうこれ以上
จะไม่คาดหวังอะไรอีกแล้วจากนี้ไป
kitai ha shitenai mou kore ijou
何にも望まない言い聞かせて
 nannimo nozomanai iikikasete
ให้มันเตือนตัวเองเสมอว่า อย่าได้หวังสิ่งใดจากเธออีก
嫌いになれたら簡単なのに
 kiraini naretara kantan nanoni
 มันคงง่ายนะ ที่ฉันจะเกลียดเธอ
あなたが焼き付いて消えないの
anataga yaki tsuite kienai no
แต่ทำไม ทำไมภาพของเธอมันยังไม่เลือนหายไปเสียที
 
さよなら...
sayonara...
ลาก่อน...
ずっと『幸せだった。』 
いつの日かそう
zutto [shiawasedatta] itsu no hi ka sou
จะเก็บความทรงจำนี้ไว้ในใจฉัน
言えるように 思い出は胸に刻んで
ieru youni omoide ha mune ni kazande
เพื่อซักวัน ที่ฉันจะพูดได้ว่า สองเราเคยมีความสุขด้วยกัน
I WILL I WILL
ฉันหวัง 

 
さよなら...
sayonara...
ลาก่อน
きっと 『幸せだった。』
 いつの日かそう
kitto [siawasedatta] itsu no hi ka sou
ฉันจะเก็บความทรงจำนี้ไว้ในใจฉัน
思えるように 思い出は 胸に刻んで
omoeru youni omoide ha mune ni kazande
พื่อได้หวังไว้ว่า ซักวันนึงที่ฉันจะคิดได้ว่า สองเราเคยมีความสุขด้วยกันอย่างนั้น
I WILL I WILL
ฉันหวั
(Repeat*2)
 
ที่มา *http://www.sonymusic.co.jp/Music/Arch/ARI/azu/
*วิกิพีเดีย สารานุกรมญี่ปุ่น


Focus Language and Word

1. สำนวน งงๆในเพลง

あなたが焼き付いて消えないの 

เจอตอนแรก ก็งง นิดๆ...มันหมายความว่าไงเนี่ย -*- อื้ม พอลองนั่งคิด นอนคิด ไปมา เลยพอเข้าใจการเปรียบเทียบของเค้าขึ้นมานิด

きえないの มีความหมายว่า ไม่หายไป (きえる) เป็นอกรรมกริยา หรือกริยาที่ไม่ต้องการกรรม หมายถึงเป็นการบอกสภาพ ว่ามัน หายไป

あなたが焼きついて แปลว่า ย่างเกรียม ไหม้เกรียม เผาไหม้ แต่ในสำนวนเพลงรัก มันคงไม่ได้แปลว่า ย่างเกรียม หรอกเนอะ ในความคิดผม มันเหมือนเป็น การเปรียบเทียบว่า เผา (เอาความรู้สึกที่อยู่ในใจของฉันที่มันคิดถึงแต่เธอ) เธอออกไปจากใจ แต่ทำไม เธอถึงไม่หายไจากใจปเสียที...

2. 言葉

胸(n.) Mune หน้าอก หัวใจ

刻む(v.) kizamu แกะ สลัก จารึก

虚しい(adj.) munashii ความว่างเปล่า

悩む(v.) nayamu กลัดกลุ้ม

離れる(v.) hanareru ห่างจาก แยกจาก พรากจาก

頃(n.) koro ช่วงเวลา

傷をつける kizu wo tsukeru ทำให้เกิดแผล ทำร้ายความรู้สึก

約束(n.) yakusoku คำสัญญา

守る(v.) mamoru ปกป้อง พิทักษ์

期待(n.) kitai ความคาดหวัง

望む(v.) nosomu หวัง คาดหวัง

簡単(adj.) kantan ง่าย

edit @ 19 Oct 2009 17:43:12 by H.E.C.K 145311518

edit @ 10 Nov 2009 18:10:58 by H.E.C.K 145311518

Yuki no Hikari

posted on 03 Oct 2009 20:24 by 9555917  in SongCorner

ไม่ได้เขียนนานเลยแฮะ วันนี้มาเขียนอะไรที่มันเบาสมองบ้างดีกว่า

วันนี้ก็มาฟังเพลงกันดีกว่า

 

เพลง Yuki no Hikari (雪の光 : Snow's light : แสงหิมะ)

ขับร้อง Miho Fukuhara (福原 美穂)

ทำนอง Miho Fukuhara , Yamaguchi Hiroshiyuu

อัลบั้ม Rainbow
 
จำกันได้มั๊ยเอ่ย เพลงประกอบโฆษณา แชมพู Asience ไงครับ เปิดตัวมานานแล้วล่ะ แต่ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้เขียน

 

 
เพลงๆนี้ได้ นักร้องสาวเสียงดี Miho Fukuhara (福原 美穂 : มิโฮะ ฟูคุฮาระ) มาขับร้องครับ เสียงเธอใส ก้อง และเพราะมากๆ เลยครับ ผมได้รู้จักนักร้องคนครั้งแรกก็เพลงนี้ล่ะครับ เธอได้ออกอัลบั้มออกมาแล้ว สองอัลบั้ม อัลบั้มล่าสุดใช้ชื่อ Rainbow ซึ่งเพลงนี้ก็อยู่ในอัลบั้มนี้ด้วย

 

ลักษณะการร้องของเธอ เท่าที่ฟังมา ในเพลงอื่นๆ จะออกแนวๆ ร๊อคนิดๆ (อารมณ์ประมาณ แหกปากร้อง แต่ก็ไม่หนักมาก) และด้วยที่ว่าเธอมีเสียงที่ทรงพลังมาก ถ้าเทียบก็ประมาณ Mariah Careys ในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ทำให้การถ่ายทอดเพลงนั้นออกมาดีเยี่ยมมากๆ นับได้ว่าเป็นนักร้องเสียงดีคนนึงเลยครับ

 

ส่วนนี้เป็นเนื้อร้อง + คำแปลครับ

空が ため息 零すように ベドの墨で 震える電話

sora ga tameiki kobosu youni BE-DO no sumi de furueru denwa

โทรศัพท์ตรงมุมเตียงสั่นไหว ดั่งฝนที่กระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าไม่ขาดสาย

忘れようとした 番号が 呼ぶ 胸が 潰れそう

wasureyou to shita bangou ga yobu mune ga tsubure sou

เมื่อต้องเห็นเบอร์โทรศัพท์ที่อยากจะลืมเลือนปรากฎขึ้นมา รู้มั๊ยใจฉันแทบจะสลาย

分かれてから ずっと 焦がれてた声聞こえてくる

wakarete kara zutto kogareteta koe kikoe te kuru 

แม้จะจากกันไปแล้ว แต่ฉันก็ยังได้ยินเสียงเรียกของเธออยู่เรื่อยมา

  

ああ~ 好きだったんだ やっと 気付いたよ

aa~ suki dattan da yatto kidzuita yo

ฉันรู้สึกตัวแล้วว่า ฉันรักเธอ

変わらない 音色で 「元気だった?」と いってくれたね

kawaranai neiro de 'genki datta?' to itte kureta ne

ขอเพียงได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยว่า สบายดีมั๊ย

嬉しかったよ

ureshikatta yo

แค่นี้ก็สุขใจแล้ว


一つポケット 二人の手

hitotsu POKE-TO futari no te

ในกระเป๋าเสื้อที่เคยมีสองมือของเราจับกุมกันไว้

暖かいのは 永遠じゃないんだね

atatakai no wa eien ja nai n dane

ความอบอุ่นนั้น มันจะมลายหายไปรึเปล่านะ?

冷たい空の下 独りきり 君の手 捜してる

tsumetai sora no shita hitori kiri kimi no te sagashiteru

ก็ได้แต่เฝ้าตามหามืออันอบอุ่นนั้น ท่ามกลางค่ำคืนที่เหน็บหนาวเพียงลำพัง

かじかんだ 指と 同じ ように 心まで 震えて

kajikan da yubi to onaji youni kokoro made furuete

นิ้วมือมันเริ่มหนาวสั่น และก็คงไม่ต่างอะไรไปจากใจที่มันเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว


ああ~ ごめんね ずっと 気付けなかたんだ

aa~ gomen ne zutto kidzuke nakattan da

ขอโทษนะที่ผ่านมา ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย

 隣に いてくれることに 甘えて 見失ってた

tonari ni ite kureru koto ni amaete miushinatteta

ได้แค่ทึกทักว่ามีเธออยู่เคียงกาย แต่สุดท้ายก็ลับหายไปจากสายตา

君に会いたい

kimi ni aitai

อยากเจอเธอจริงๆ

 

言葉だけじゃ 足りない 安心が 欲しかった

kotoba dake ja tarinai anshin ga hoshikatta

แค่คำพูด มันไม่เพียงพอที่จะให้รู้สึกว่าปลอดภัยได้หรอกนะ

泣いてみたり 叫んでみたり

naite mitari saken de mitari

จะร้องไห้ และเฝ้าตระโกนร้องหา


何度も 迷子になって

nando mo maigo ni natte

แม้จะต้องหลงทางไปอีกสักเพียงใดก็ตาม


ああ~ 好きだったんだ やっと 気付いたよ

aa~ suki dattan da yatto kidzuita yo

ฉันรู้สึกสึกตัวแล้วว่า ฉันรักเธอ 

君の住む 町に 雪 降る 前に 今度 私が 会いに行くね

kimi no sumu machi ni yuki furu mae ni kondo wa watashi ga ai ni iku ne

ก่อนที่หิมะจะร่วงโปรยลงมาที่บ้านเธอ คราวนี้ล่ะฉันจะไปหาเอง

 

ถ้าได้ดูเอ็มวี แล้วจะรู้สึกสงสารนางเอก มากครับ รู้สึกว่าแฟนหล่อนจะหายจากไปนานแล้ว แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร เธอก็ยังคิดว่า มีคนๆนั้น อยู่เคียงข้างกายเสมอ แต่สุดท้ายก็คิดไปเองเท่านั้น เค้าจากไปแล้ว รู้สึกว่า เธอจะเหงามากๆ จนแทบจะบ้า (เพราะทุกภาพในความทรงจำคิดถึงแต่เธอ ไม่บ้าก็ให้รู้ไปสิ) จำจดหมายอยู่ ในนาทีที่ 2.32 ได้มั๊ยครับ น่าจะเป็นจดหมายที่จะส่งไปให้แฟน

"忘れられない ลืมไม่ลงหรอก

そこにいるの? อยู่ที่นั่นเหรอ

会いに行きます  ฉันจะไปหานะ"

และตอนสุดท้ายก็เหมือนจะสมหวังนะ เห็นเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วย หรือผมเข้าใจผิด ใครดูแล้วว่าไง มาบอกกันด้วยนะครับ

Focus words and sentences จุดที่น่าสังเกตต่างๆ ในเพลง

難言葉 คำศัพท์ยาก

ため息(n.) tameiki  ถอนหายใจ

零す(v.) kobosu หก ร่วงหล่น

墨(n.) sumi มุม

震える(v.) furueru (โทรศัพท์)สั่น (มือไม้)สั่น

潰れる(v.) tsubureru แตกกระจาย เสียหาย สลาย

焦がれる(v.)  kogareru หลงไหล คลั่งไคล้ รักหัวปักหัวปำ

気付く(v.) kidzuku รู้สึกตัว

音色(n.) neiro เสียง หรือท่วงทำนองที่เป็นเอกลักษณ์

嬉しい(adj.) ureshii ดีใจ ปลื้มใจ

永遠(n.) eien นิรันดร์ ตลอดกาล

捜す(v.) sagasu ค้นหา (คน)

かじかむ(v.) kajikamu (มือ นิ้วมือ)สั่นจนทนไม่ไหวเพราะความหนาวเหน็บ

見失う(v.) miushinau ลับหายไปจากสายตา

足りる(v.) tariru เพียงพอ

叫ぶ(v.) sakebu กรีดร้อง (ด้วยความกลัว ตกใจ ฯลฯ) ตระโกนร้อง

迷子(n.) maigo หลงทาง

 

สำนวนที่ถูกนำมาใช้ในเพลง

จุดแรก :  空が ため息 零すように ベドの墨で 震える 電話

ように คำแสดงการเปรียบเทียบ (เหมือน คล้าย ฯลฯ)

S1 ように S2 ประโยคที่ 2 คล้าย/เหมือน ประโยคที่ 1

*note ในเพลงเค้าเปรียบ เสียงโทรศัพท์ ที่(มีคนโทรมา)มันสั่น ราวกับฝนตกลงมาอย่างหนัก (อุปมาดั่งฝนฟ้าถอนหายใจและร่วงหล่นลงมา เค้าก็เข้าใจเปรียบเนอะ)

จุดที่ 2 : 分かれてから ずっと 焦がれてた声聞こえてくる

焦がれて声 มันแปลว่า เสียงที่ชวนให้หลงใหล = เสียงเรียก(ที่หลงใหล)ของเธอ(ผู้ที่ฉันเคยรัก)

จุดที่ 3 :  変わらない 音色で 「元気だった?」と いってくれたね

แปลตามตัวนะครับ พูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์(น้ำเสียงที่เป็นเธอ) ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปว่าสบายดีมั๊ย?

*note いってくれる มาจากประโยคเต็ม わたしに いってくれる พูดให้ฉัน(ได้ฟัง) ใช้แสดงความรู้สึกของผู้พูดเพิ่มเข้าไปหลังคำว่า พูด(言う) ที่มีต่ออีกฝ่าย ไปในทางบวก อย่างเช่นขอบคุณ ดีใจ จะเห็นได้ประโยคที่ตามมามั๊ยครับ เค้าบอกว่า 嬉しかったよ ดีใจมากเลย ก็คือเค้าจะรู้สึกดีใจมาก ถ้ามีเธอมาพูดว่า สบายดีมั๊ย กับฉัน นี่ล่ะครับ ความซับซ้อน และลึกซึ้งของประโยคภาษาญี่ปุ่นครับ

จุดที่ 4 : 独りきり แค่คนเดียว

*note คำว่า 独りกับ 一人 มีความหมายเหมือนกันคือ คนเดียว แต่ 独り ตัวนี้จะใช้ในความรู้สึกที่โดดเดี่ยว เมื่อต้องอยู่อยู่คนเดียว

"แค่คนเดียว" การใช้งาน きり เหมือนกันกับ だけ ครับ เพราะแปลว่า แค่ เหมือนกัน แต่จะใช้ในความรู้สึกที่ว่า มันต่ำหรือน้อยกว่าที่คิดไว้มาก อย่างในเพลง 独りきり มีเพียงฉันคนเดียว (ทั้งๆที่คิดว่าจะมีเธออยู่ข้างกาย)

จุดที่ 5 : かじかんだ 指と 同じ ように 心まで 震えて

 かじかんだ = かじか

*note สำหรับคำๆ นี้ ถ้าผมไม่ได้เซนเซย์ช่วย คงได้มึนและสับสนไปอีกนาน เพราะมันไม่มีในพจนานุกรม (พระเจ้า!!!) เป็นคำศัพท์ที่ยากมาก แต่ได้เซนเซย์ช่วยนี่ล่ะ (ขอบคุณมากๆครับ) ตอนไปถามเซนเซย์ เค้าตอบมาเป้นภาษาอังกฤษว่า It's like your fingers that can't move because it got cold (เหมือนกับนิ้วมือ ที่มันไม่ยอมขยับเพราะเกิดจากความหนาวมากๆ) ถ้าไม่ถาม คงได้งงเป็นไก่ตาแตก

ในส่วนอื่นๆ คิดว่าไม่น่ายากจนเกินความเข้าใจนะครับ (สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนใหม่อย่าเพิ่งท้อนะครับ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เข้าใจเองครับ ที่จำเป็นต้องทำตอนนี้คือ ให้เวลาตัวเองครับ) สุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณ อาจรย์ (เซนเซย์) ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ช่วยอธิบายในส่วนที่ผมไม่เข้าใจครับ ขอบคุณมากๆครับ 

先生のおかげで 私がやっと できたんだ、 嬉しかった ありがとうございます

เพราะได้เซนเซย์ช่วย ผมเลยทำได้ครับ, ดีใจมากเลย ขอบคุณมากครับผม 

 

edit @ 4 Oct 2009 17:49:05 by H.E.C.K 145311518

edit @ 18 Oct 2009 20:23:50 by H.E.C.K 145311518

เกี่ยวกับคำช่วย

posted on 27 Sep 2009 12:04 by 9555917  in HelpingWords

มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ ทำให้ภาษาญี่ปุ่นนั้นต่างไปจาก ภาษาอื่นโดยสิ้นเชิง นั่นคือ คำช่วย มันคือสิ่งที่บอกเอกลักษณ์ของภาษาญี่ปุ่น แต่ก็สร้างปัญหาให้กับผู้เรียนไม่น้อย

คำช่วย คือ ตัวที่ใช้ชี้ หน้าที่ ว่า คำในประโยคคำไหนทำหน้าที่อะไร เช่นแสดงกรรม บอกสถานภาพ ใช้ยกเป็นหัวเรื่อง หรือประธาน แสดงการเคลื่อนที่ บลาๆๆๆ และที่บอกว่าเป็นเอกลักษณ์ ของภาษา ก็เพราะว่าไม่ว่า คำ หรือวลีในประโยค จะสลับกันมั่วซั่วเพียง แต่ถ้ามีคำช่วยชี้หน้าที่ แล้ว ไม่ว่าประโยคจะสลับกันแค่ไหน ก็สามารถสื่อความหมายได้ในทำนองเดียวกัน

 จะลองเทียบกับภาษาไทย กับอังกฤษให้ดูนะครับ

ภาษาไทย--- ฉันรักเธอ

ภาษาอังกฤษ --- I love you

ภาษาญี่ปุ่น ---- ぼく きみ あいしてる (ในที่นี้ は กับ を คือคำช่วย)

สามประโยคมีความหมายเหมือนกัน

แต่ถ้าลองสับประโยคดูละครับ

ภาษาไทย --- เธอรักฉัน

ภาษาอังกฤษ --- You love I (me)

ภาษาญี่ปุ่น ----  きみ あいしてる ぼく

ที่แปลกไปคือ ทั้งในประโยคภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มีความหมายที่ต่างออกไป เพราะประธานของประโยคได้เปลี่ยนจาก ฉัน (I) เป็น เธอ (me) แล้วกรรมของประโยคก็สลับกันด้วยเช่นกัน การสื่อความหมายจึงคนละเรื่องกับประโยค

แต่ภาษาญี่ปุ่น กลับยังคงความหมายเดิมไว้ ซึ่งแปลว่า ฉันรักเธอ เหมือนเดิม เพราะมันมีตัวชี้หน้าที่คำในประโยคอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ は ชี้ประธานของประโยค หรือผู้ทำกริยาในประโยค ซึ่งประธานในประโยคนี้ ก็คือ ぼく (ฉัน) และก็มี を ชี้กรรม หรือผู้ถูกกระทำของประโยค ซึ่งก็คือ きみ (เธอ) ส่วนคำว่ารัก (あいしてる)ไม่จำเป็นต้องใส่คำช่วย เพราะมันเป็นตัวแสดงกริยาไม่จำเป็นต้องมีคำช่วยครับ

เห็นมั๊ยครับ ว่า ภาษาของเขามีตัวชี้หน้าที่ของคำไว้เสร็จสรรพ จะวางไว้ตรงไหนก็ได้ ถ้าเทียบกับภาษาอื่น

ภาษาไทย--- รักเธอฉัน  ผิดหลักไวยากรณ์

ภาษาอังกฤษ --- love you I แปลว่าไรเนี่ย? =w=

ภาษาญี่ปุ่น ---- あいしてる ぼく きみ ก็ยังพอทำเนา เข้าใจได้อยู่นะ

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว เขาก็ไม่ค่อยจะสลับประโยคเท่าไรหรอก สลับแล้วเค้าเองก็งงเหมือนกัน ยิ่งถ้าประโยคยาวๆ ละก็ มึนได้อีก แต่จะพบบ่อยในเพลง เนื่องจากเค้าต้องใช้สำนวนที่รวบรัด และวางเนื้อร้องตามทำนองเพลงให้ฟังแล้วไพเราะ เนื้องร้อบางท่อนจึงต้องมีการกลดเสียง ทอนศัพท์ เปลี่ยนเสียง เปลี่ยนสำนวน รวมไปถึงการสลับตำแหน่งของคำด้วยครับ เวลาฟังเลยงงๆ ผมเองก็งงครับ อย่างบางเพลง

て(มือ) ひく(ดึง) きみ ぼく หา!!! อะไรนะ? ดึงมือ! เธอ! ฉัน!....อ่าครับ มันเป็นสำนวนเพลง แปลว่า เธอดึงมือฉัน...งงเนอะ

เอาล่ะ คราวนี้ก็มาพูดถึง คำช่วยในหน้าที่ต่างๆ กันบ้างนะครับ

เริ่มจาก พระเอกของงาน ประธานของประโยค จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก คำช่วย は(ในตารางอ่านว่า ฮะ แต่เมื่อเป็นคำช่วยแล้วจะอ่านว่า วะ นะครับ) ทำหน้าที่ชี้ประธานของประโยค หรือเป็นการยกคำหรือวลี เหล่านั้น ขึ้นเป็นหัวเรื่อง(topic หลัก) (ประธานในประโยค ก็คือ คำหรือวลี ที่ทำหน้าที่กระทำ กริยา) ซึ่งถ้ามองดีๆ แล้ว การมี ตัว は ปรากฎขึ้นมา ก็เท่ากับเป็นการแบ่ง ระหว่างภาคประธาน กับภาคแสดงไปในตัว

โครงสร้างประโยค พื้นฐานที่สุด 

...._ภาคประธาน_は_ภาคแสดง_.

....ภาคประธาน คือ ส่วนที่แสดงลักษณะของประธาน และหัวเรื่อง ซึ่งเราจะสังเกตได้ทันทีว่า ในประโยคนี้(อาจจะ)กล่าวถึงเรื่องใด โดยผ่าน は นี่ล่ะ

....ภาคแสดง ส่วนที่แสดงการกระทำ หรือสภาพ ที่เกิดขึ้นโดยประธาน ประธานจะทำอะไรก็ดูส่วนนี้ล่ะ

พูดไปแล้วก็อาจจะงง ลองมาดูนี่ดีกว่า

--------เรามาลองดู การใช้ は ก่อนนะครับ

わたし(ฉัน) さかな(ปลา) たべます(กิน) เอาล่ะ มาวิเคราะห์ กันนะครับ

ประธานในประโยคคือใครเอ่ย? ใช่แล้ว わたしนั่นเอง เพราะมี ชี้ประธานอยู่แล้วนั่นเองครับ แล้วประธานทำอะไรในภาคแสดงล่ะ? อ้อ ประธานกินปลา นั่นเอง

***ลองสังเกตดูนะครับ ประโยคจะแปลจากหลังมาหน้า ก็จริง แต่ต้องหลังตัวชี้ประธานเท่านั้นนะครับ อย่าลืมนะครับ ประธาน คือTopic ที่สำคัญที่สุด ของประโยค ภาคแสดงจะไม่เกิดถ้าไม่มีประธาน งานพิธีจะไม่เปิดถ้าประธานไม่ตัดริบบิ้นไงล่ะครับ (เกี่ยวมั๊ย?)

ลองอีกประโยคนะครับ แล้วลองเรียงตามที่ผมว่าดู

わたし まんが(หนังสือการ์ตูน) よみます(อ่าน) ประธานคือ ฉัน(ทำอะไร)อ่าน(อ่านอะไร)หนังสือการ์ตูน

ถือว่าเป็นคำช่วย ตัวแรก ที่มีความสำคัญมากที่สุด (ในความคิดผม) และก็เป็นคำช่วยตัวแรก ที่ผู้เริ่มเรียนต้องรู้จัก ฉะนั้นอย่าลืมนะครับ

เดี๋ยวคำช่วยตัวอื่นๆ จะทยอยเขียนทีหลังนะครับผม

 

edit @ 4 Oct 2009 17:40:34 by H.E.C.K 145311518

edit @ 6 Oct 2009 18:42:17 by H.E.C.K 145311518